|
|
| ข่าวกีฬา |
|
|
แมนฯ ซิตี้ vs วัตฟอร์ด : พรีวิว เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ, วัน+เวลาการแข่งขัน, |
18/05/2562 11:08:36 เปิดอ่าน :
980
|
|
|
|

ข้อมูลการแข่งขัน
|
การแข่งขัน |
ฟุตบอล เอฟเอ คัพ 2018/19 นัดชิงชนะเลิศ |
|
วันแข่งขัน |
วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562 |
|
เวลาแข่งขัน |
23:00 น. ตามเวลาประเทศไทย |
|
คู่แข่งขัน |
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs วัตฟอร์ด |
|
สนาม |
เวมบลีย์ |
|
ถ่ายทอดสด |
beIN Sports1 |
ความพร้อมทั้ง 2 ทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เรือใบสีฟ้า จะยังคงไร้ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ในตำแหน่งแบ้คซ้ายจากอาการบาดเจ็บโดยคาดว่า โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ จะได้ออกสตาร์ทแทนที่ ขณะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เพิ่งจะหายเดี้ยงกลับมาน่าจะมีชื่อลงเล่นที่แดนกลางโดย แบร์นาโด้ ซิลวา จะถูกดันไปเล่นที่แดนหน้าร่วมกับ ราฮีม สเตอร์ลิง และ เซร์คิโอ อเกวโร
ส่วน อิลคาย กุนโดกัน น่าจะถูกเลือกเป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวจริงประจำการในแดนกลางแทนที่ แฟร์นันดินโญ ที่ค่อนข้างกรอบในช่วงหลัง และที่แดนหลัง เป๊บ กวาร์ดิโอลา มีตัวเลือกทั้ง จอห์น สโตนส์, แวงซ็องต์ กอมปานี และ นิโกลาส์ โอตาเมนดี้ เบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงร่วมกับ ไอเมอริค ลาปอร์กต์
คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-3-3
|
ผู้รักษาประตู |
เอแดร์ซอน |
|
กองหลัง |
วอล์คเกอร์, กอมปานี, ลาปอร์กต์, ซินเชนโก้ |
|
กองกลาง |
ซิลบา, กุนโดกัน, เดอ บรอยน์ |
|
กองหน้า |
แบร์นาโด้, อเกวโร, สเตอร์ลิง |
วัตฟอร์ด
โฆเซ โฮเลบาส ถููกไล่ออกในเกม ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นัดสุดท้ายของฤดูกาลแต่ทัพ แตนอาละวาด อุทธรณ์โทษผ่านและจะมีสิทธิ์ลงเล่นในเกมนี้
กิโก้ ฟีมีเนีย และ ดาริล ยานมาท ขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงโดยที่ผู้เล่นตำแหน่งอื่นของ วัตฟอร์ด จะยังคงเป็นแข้งชุดที่ดีที่สุดของพวกเขา โดยที่ เอเรลโญ โกเมส จะมีโอกาสเล่นเป็นเกมสุดท้ายของเส้นทางค้าแข้งก่อนแขวนถุงมือ
ฆาบี กราเซีย มีเพียง โดมิงกอส คินา เท่านั้นที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บและไม่สามารถช่วยทีมได้ในเกมนี้
คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-2-2-2
|
ผู้รักษาประตู |
โกเมส |
|
กองหลัง |
ฟีมีเนีย, คาบาเซเล, แคธคาร์ท, โฮเลบาส |
|
กองกลาง |
ดูกูเร, คาปู
เปเรย์รา, ฮิวจ์ส |
|
กองหน้า |
เดวโลเฟว, ดีนีย์ |
สถิติจาก OPTA ที่น่าสนใจ
-
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่อสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกของ อังกฤษ ที่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุด, แชมป์ ลีกคัพ และ แชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ในฤดูกาลเดียว
-
เรือใบสีฟ้า จะเป็นทีมที่ 4 ที่สามารถคว้าแชมป์บอลถ้วยในประเทศทั้ง 2 รายการได้ในซีซันเดียวกันต่อจาก อาร์เซนอล (1992/93), ลิเวอร์พูล (2000/01) และ เชลซี (2006/07)
-
ทัพซิตีเซนส์ จะลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ เป็นครั้งที่ 11 ในประวัติศาสตร์ของพวกเขา และนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2013 ที่พวกเขาปราชัยต่อ วีแกน 0-1 โดยที่ ซิตี้ เคยซิวแชมป์รายการนี้มาได้ 5 สมัย (1904,1934,1956, 1969 และ 2011)
-
วัตฟอร์ด เคยลงเล่นเกม เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศเพียงครั้งเดียวในปี 1984 ภายใต้การคุมทีมของ เกรแฮม เทย์เลอร์ และอกหักปราชัยต่อ เอฟเวอร์ตัน 0-2 ที่ เวมบลีย์
-
35 ปีที่รอคอยสู่การเข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ของทัพ แตนอาละวาด นับว่ายาวนานที่สุดถัดจาก 52 ปีของ เชลซี ที่เคยเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกในปี 1915 ก่อนที่จะทำได้อีกครั้งในปี 1967
-
ในประวัติศาสตร์การแข่งขัน เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ไม่เคยมีทีมใดจากครึ่งล่างของลีกสูงสุดสามารถเอาชนะทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ โดยทีมอันดับที่ต่ำที่สุดที่เคยทำได้คือ แอสตัน วิลลา ในที่ 10 ที่เอาชนะแชมป์ ดิวิชัน 1 อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในปี 1957
-
แมนฯ ซิตี้ เคยเขี่ย วัตฟอร์ด ตกรอบ เอฟเอ คัพ ก่อนที่พวกเจาจะกรุยทางไปคว้าแชมป์ได้ 3 สมัย (3-1 ในปี 1996/97, 3-0 ในปี 2012/13 และ 4-2 ในปี 2013/14) และครั้งเดียวที่ เดอะฮอร์เน็ตส์ เคยเขี่ย ซิตี้ ร่วงเกิดขึ้นในฤดูกาล 1985/86 กับรอบที่ 4 ของรายการ
-
วัตฟอร์ด ปราชัยต่อ แมนฯ ซิตี้ มาแล้ว 10 นัดรวดจากการพบกันรวมทุกรายการ เสียประตูรวมทั้งสิ้น 32 ลูก และไม่สามารถเข่น เรือใบ ลงได้มา 15 เกมติดต่อกันเข้าไปแล้วนับตั้งแต่ชัยชนะ 1-0 เมื่อปี 1989
-
เจราร์ด เดวโลเฟว เป็นแข้ง แตนอาละวาด ที่ยิงประตูให้กับทีมได้มากที่สุดในฤดูกาลนี้เมื่อรวมทุกรายการที่ 12 ลูก โดย 9 ประตูในนั้นเกิดขึ้นใน 13 เกมหลังสุด
-
ขณะที่ เซร์คิโอ อเกวโร มีส่วนร่วมกับประตูทั้งหมด 12 ลูกจากการลงเล่นดวลกับ วัตฟอร์ด 7 นัดเมื่อรวมทุกรายการ (10 ประตูกับ 2 แอสซิสต์) ซึ่งเป็น 2 แฮตทริคและหนึ่งในนั้นเกิดขึ้นในเกมที่พวกเขาเอาชนะ วัตฟอร์ด 4-2 ใน เอฟเอ คัพ เมื่อปี 2014
-
อเกวโร ซัดให้กับ ซิตี้ ไปแล้วทั้งสิ้น 32 ประตูเมื่อรวมทุกรายการในซีซันนี้ มีเพียงฤดูกาล 2016/17 เท่านั้นที่เขาเคยซัลโวได้มากกว่านี้ (33 ประตู)
-
กุน อเกวโร พังประตูในรายการ เอฟเอ คัพ รวมทั้งสิ้น 18 ลูกนับตั้งแต่ที่เขาวาดลวดลายในฟุตบอลอังกฤษในซีซัน 2011/12 มากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนใดๆ
-
นับเป็นการดวลกันระหว่างผู้จัดการทีมที่มีสัญชาติเดียวกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 (เดฟ โจนส์ และ แฮร์รี เรดแนปป์) และเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้นที่มีผู้จัดการไม่ใช่ชาวอังกฤษโคจรมาพบกันในนัดชิงชนะเลิศนับตั้งแต่ที่ อาร์เซน เวนเกอร์ ดวลกับ เชราร์ด อุลลิเยร์ เมื่อปี 2001
-
ไม่ว่า เป๊บ กวาร์ดิโอลา หรื ฆาบี กราเซีย จะพาทีมชูถ้วย เอฟเอ คัพ สำเร็จ เขาจะกลายเป็นผู้จัดการทีมชาว สเปน คนที่ 3 ต่อจาก ราฟา เบนิเตซ (ลิเวอร์พูล, 2006) และ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ (วีแกน, 2013) ที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้
-
วัตฟอร์ด เป็นหนึ่งในทีมที่ กวาร์ดิโอลา มีสถิติคุมทีมชนะ 100 เปอร์เซ็นต์จากทุกครั้งที่พบกัน (6 นัด) มีเพียง 4 ทีมนอกจาก เดอะฮอร์เน็ตส์ ที่ เป๊บ เคยชนะรวดมาแล้ว ได้แก่ มาลาก้า, ฮันโนเวอร์, แวร์เดอร์ เบรเมน (ชนะ 8 จาก 8 ครั้งที่พบกัน) และ เวสต์แฮม (ชนะ 7 จาก 7 ครั้ง)
-
เป๊บ จะกลายเป็นผู้จัดการทีมคนที่ 8 ในประวัติศาตร์ลูกหนังอังกฤษต่อจาก บิล นิโคลสัน, ดอน เรวี, จอห์น เมอร์เซอร์, เคนนี ดัลกลิช, จอร์จ เกรแฮม, อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ โชเซ มูรินโญ ที่เคยคว้าทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ ลีกคัพ ได้สำเร็จหากพา ซิตี้ เข่น วัตฟอร์ด ในเกมนี้ลงได้
|
|
|
| |
|
| |
| ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ : แมนฯ ซิตี้ vs วัตฟอร์ด : พรีวิว เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ, วัน+เวลาการแข่งขัน, |
| กรุณาใช้คำสุภาพ ไม่หมิ่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และไม่หมิ่นประมาท หรือกล่าวร้ายผู้อื่น |
| |
|
|
|
| |
|
| เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ |
|
|
|
|
 |
:::ข่าวกีฬา ยอดนิยม ::: |
|
|