พบแล้วพ่อเลี้ยงฆาตกรรมลูกเลี้ยงท้อง 7 เดือน
วันที่ 13 เม.ย. 2562 อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู และมูลนิธิสยามรวมใจพบว่า มีผู้กินยาฆ่าแมลง หมดสติ น้ำลายฟูมปาก นอนอยู่ในป่าริมถนนแฮปปี้แลนด์สาย 2 หน้าอู่รถประจำทาง สาย 112 โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าชายคนดังกล่าวคือ นายใจ หรือ ภูมิใจ เหลืองทองวัย 54 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหนีคดี ผู้ก่อเหตุใช้ฆ้อน ทุบศีรษะลูกเลี้ยงเสียชีวิตที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมาก่อนจะหลบหนีไป โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ส่งตัว ‘นายใจ’ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลนพรัตน์แล้ว
ย้อนชนวนเหตุ กลับไปเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้รับแจ้งเหตุพบศพหญิงตั้งครรภ์ ภายในหมู่บ้านย่านแยกลำกะโหลก แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และ เจ้าหน้าที่อาสาร่วมกตัญญู โดยที่เกิดเหตุเป็นทาวเฮ้าส์ 3 ชั้น ด้านล่างเป็นร้านเสริมสวย
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพ นางสาวนันท์ชยา จันทะโมคา อายุ 29 ปี ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต มีรอยบาดแผลตรงข้อมือขวา ที่ศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง เป็นแผลฉกรรจ์ และที่ท้องมีร่อยรอยถูกทุบ หูด้านซ้ายขาด ข้างศพพบฆ้อนตอกตะปู ที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่
สาเหตุของการฆาตกรรม
จากการสอบถาม นายธนวัฒน์ แก้วคำสอน อายุ 29 ปี สามีของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ปกติตนเองและภรรยาพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวกับครอบครัวของภรรยา ซึ่งทุกคนต่างออกไปทำงาน กระทั่งเมื่อบ่าย น้องชายของแม่ได้กลับมาที่บ้านเห็นผิดสังเกตจึงเดินตรวจสอบตามห้องต่าง ๆ และพบว่านางสาวนันทิยาเสียชีวิตแล้ว
ส่วนสาเหตุเชื่อว่านายใจ ต้องการประชดภรรยา ซึ่งเป็นแม่ของผู้ตาย ซึ่งเช้าวันเกิดเหตุแม่ของผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปต่างจังหวัด นายภูมิใจจึงข่มขู่ว่าหากไม่กลับมาจะฆ่าตัวตายและทำร้ายคนในบ้านขณะที่สามีของผู้ตายเผยว่าผู้ตายไม่เคยมีปัญหากับพ่อเลี้ยง เนื่องจากอีกฝ่ายไม่สุงสิงกับใคร แต่หลังจากที่พ่อเลี้ยงมีปัญหากับแม่ผู้ตาย ผู้ก่อเหตุก็เริ่มมีพฤติกรรมข่มขู่ แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุ นายใจได้หลบหนีไป ทำให้ตำรวจออกหมายจับนายใจในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทารุณกรรม ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต พร้อมประกาศชัด หากไม่สามารถจับกุมในขณะยังมีชีวิตได้ ก็พร้อมจับตาย โดยนายใจหายตัวไปได้ 3 วัน จนกระทั่งพบว่าได้กินยาฆ่าแมลงดังกล่าว